Stock Cover Day คือจำนวนวันที่สต็อกที่มีอยู่จะพอขาย บทความนี้อธิบายสูตรคำนวณ ตัวอย่างใน Excel และกี่วันถึงพอ สำหรับเจ้าของร้านออนไลน์ที่วางแผนสั่งของเอง
เรียบเรียงโดย สุรศักดิ์ ทองโชติฉัตร (อ๊อด) | Surasak Thongchotchat (Odd)
Data-Driven Marketer | Entrepreneur
สรุปสั้น: Stock Cover Day = สต็อกพร้อมขาย ÷ ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน ถ้าได้น้อยกว่า Lead Time แปลว่าของจะหมดก่อนล็อตใหม่มาถึง
Stock Cover Day คือตัวเลขที่บอกว่า สต็อกที่มีอยู่ตอนนี้จะขายได้อีกกี่วันก่อนหมด ถ้ายังขายด้วยความเร็วเท่าเดิม
ตัวชี้วัดนี้มีหลายชื่อที่หมายถึงเรื่องเดียวกัน เช่น Stock Cover, Days of Cover, Days of Supply และ Stock Coverage
ทำไมต้องแปลงสต็อกเป็น "วัน"
• จำนวนชิ้นอย่างเดียวบอกอะไรไม่ได้ สต็อก 500 ชิ้นของสินค้าที่ขายวันละ 100 ชิ้นอยู่ได้แค่ 5 วัน แต่ถ้าขายวันละ 5 ชิ้นจะอยู่ได้ 100 วัน
• พอเป็นวันแล้วเทียบกับเวลารอของ (Lead Time) ได้ทันที ทีมการตลาดกับทีมจัดซื้อก็คุยกันด้วยภาษาเดียวกัน
Stock Cover Day = สต็อกพร้อมขาย ÷ ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน
• สต็อกพร้อมขาย: นับเฉพาะของที่ขายได้ทันที ไม่รวมของเสียหาย ของที่ลูกค้าจองแล้ว และของที่ยังไม่ถึงคลัง
• ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน: จำนวนชิ้นที่ขายได้ ÷ จำนวนวันที่มีของขาย (ใช้จำนวนวันที่มีของขาย ไม่ใช่จำนวนวันทั้งหมด เหตุผลอยู่ในข้อผิดพลาดข้อ 1)
• Stock Cover (สัปดาห์) = สต็อกพร้อมขาย ÷ ยอดขายเฉลี่ยต่อสัปดาห์
• Stock Cover Month = สต็อกพร้อมขาย ÷ ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือน
• สินค้าขายเร็วควรดูเป็นวัน ส่วนสินค้าขายช้าหรือร้านที่วางแผนรายเดือน ดูเป็นเดือนจะอ่านง่ายกว่า
ร้านหนึ่งสั่งของจากโรงงาน รอของ (Lead Time) 21 วัน ดูข้อมูลย้อนหลัง 28 วัน และสินค้าทุกตัวมีของขายครบ 28 วัน
สินค้า A: ขายดี
• สต็อกพร้อมขาย 300 ชิ้น ขายไป 560 ชิ้นใน 28 วัน ได้เฉลี่ยวันละ 20 ชิ้น
• Stock Cover = 300 ÷ 20 = 15 วัน
• ต่ำกว่า Lead Time 21 วัน ต่อให้สั่งวันนี้ ของก็จะขาดราว 6 วันก่อนล็อตใหม่มาถึง เสียยอดขายราว 120 ชิ้น
สินค้า B: ขายปกติ
• สต็อกพร้อมขาย 900 ชิ้น ขายไป 700 ชิ้นใน 28 วัน ได้เฉลี่ยวันละ 25 ชิ้น
• Stock Cover = 900 ÷ 25 = 36 วัน
• รอบนี้ยังพอ แต่ต้องสั่งรอบถัดไปภายในราว 15 วัน ก่อน Stock Cover ลดเหลือ 21 วัน ถ้าอยากมีวันเผื่อต้องสั่งเร็วกว่านั้น
สินค้า C: ขายช้า
• สต็อกพร้อมขาย 1,200 ชิ้น ขายไป 140 ชิ้นใน 28 วัน ได้เฉลี่ยวันละ 5 ชิ้น
• Stock Cover = 1,200 ÷ 5 = 240 วัน หรือราว 8 เดือน
• ถ้าต้นทุนชิ้นละ 150 บาท เท่ากับมีเงินจมอยู่ 180,000 บาท กับสินค้าที่ขายได้วันละ 5 ชิ้น
สิ่งที่ตัวเลขนี้บอก: ถ้าดูแค่จำนวนชิ้น สินค้า C มีเยอะที่สุดจึงดูปลอดภัยที่สุด แต่จริง ๆ สินค้า A เสี่ยงขาดที่สุด และสินค้า C คือตัวที่ทำให้เงินจม
ใส่ข้อมูล 1 แถวต่อ 1 สินค้า (SKU) แล้วใช้สูตรตามนี้ สูตรใช้ได้ทั้ง Excel และ Google Sheets
• คอลัมน์ B สต็อกพร้อมขาย: ใส่ตัวเลขเอง
• คอลัมน์ C ยอดขาย (ชิ้น): ยอดขายในช่วงที่ดูย้อนหลัง
• คอลัมน์ D จำนวนวันที่มีของขาย: ในช่วงเดียวกัน
• คอลัมน์ E ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน: =IFERROR(C2/D2,0)
• คอลัมน์ F Stock Cover (วัน): =IF(E2=0,"ไม่มียอดขาย",B2/E2)
• คอลัมน์ G วันที่คาดว่าของหมด: =IF(E2=0,"-",TODAY()+F2) แล้วจัดรูปแบบเซลล์เป็นวันที่
ถ้าอยากให้ชีตบอกสถานะให้ด้วย ใส่ Lead Time ไว้ที่ช่อง J1 และเป้า Stock Cover ไว้ที่ J2 (วิธีตั้งเป้าอยู่ในหัวข้อถัดไป) แล้วใส่สูตรนี้ในคอลัมน์ H
=IF(E2=0,"ไม่มียอดขาย",IF(F2<$J$1,"สั่งด่วน",IF(F2<$J$2,"เตรียมสั่ง",IF(F2>2*$J$2,"สต็อกเกิน","ปกติ"))))
• เกณฑ์ "สต็อกเกิน" ที่ 2 เท่าของเป้าเป็นแค่จุดเริ่มต้น ควรปรับตามอายุสินค้า ฤดูกาล และเงินทุนของร้าน
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกร้าน เพราะคำตอบขึ้นกับเวลารอของ วิธีคิดง่าย ๆ คือ
เป้า Stock Cover = Lead Time + รอบการสั่งของ + วันเผื่อ
• Lead Time: นับตั้งแต่สั่งจนของพร้อมขาย ไม่ใช่แค่เวลาขนส่ง
• รอบการสั่งของ: สั่งสัปดาห์ละครั้งให้บวก 7 วัน สั่งเดือนละครั้งให้บวก 30 วัน
• วันเผื่อ (Safety Days): เผื่อยอดขายพุ่งหรือของมาช้า สินค้าที่ยอดแกว่งมากต้องเผื่อมากกว่า
ตัวอย่างสมมติ 2 ร้านที่มี Stock Cover เท่ากันคือ 30 วัน
• ร้านที่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ: Lead Time 30 วัน + สั่งเดือนละครั้ง 30 วัน + เผื่อ 10 วัน ได้เป้า 70 วัน — Stock Cover 30 วันจึง น้อยเกินไป ต้องสั่งทันที
• ร้านที่ซื้อจาก supplier ในประเทศ: Lead Time 3 วัน + สั่งสัปดาห์ละครั้ง 7 วัน + เผื่อ 3 วัน ได้เป้า 13 วัน — Stock Cover 30 วันจึง มากเกินไป มีเงินจมโดยไม่จำเป็น
ตัวเลขเดียวกันแต่ความหมายตรงข้ามกัน นี่คือเหตุผลที่ต้องดู Stock Cover คู่กับ Lead Time เสมอ
ถ้าอยากวางจุดสั่งซื้อ (Reorder Point) และเผื่อช่วงแคมเปญให้ละเอียดกว่านี้ อ่านต่อได้ที่บทความ Stock Cover × Sales Velocity × Lead Time
สมมติสินค้า D ขายไป 300 ชิ้นใน 28 วัน แต่มี 10 วันที่ของหมด และตอนนี้เหลือสต็อก 200 ชิ้น
• หารด้วย 28 วัน ได้เฉลี่ยวันละ 10.7 ชิ้น ดูเหมือนของพออีก 18.7 วัน
• หารด้วยวันที่มีของขายจริง 18 วัน ได้วันละ 16.7 ชิ้น จริง ๆ แล้วพอแค่ 12 วัน
• ตัวเลขคลาดไปเกือบ 7 วัน และมักเกิดกับสินค้าขายดี ซึ่งเป็นตัวที่ปล่อยให้ขาดไม่ได้ที่สุด
ช่วง 9.9, 11.11 หรือ 12.12 ยอดขายต่อวันอาจสูงกว่าวันปกติหลายเท่า Stock Cover ที่คิดจากวันปกติจะบอกว่าพอ ทั้งที่ของอาจหมดตั้งแต่วันแรกของแคมเปญ ก่อนแคมเปญจึงต้องใช้ยอดที่คาดการณ์ไว้แทนค่าเฉลี่ย
ของเสีย ของรอตรวจรับ ของที่ลูกค้าจองแล้ว และของที่อยู่ระหว่างขนส่ง ทำให้ตัวเลขดูดีกว่าความจริง ให้นับเฉพาะของที่ขายได้ทันที
Stock Cover รวมทั้งร้าน 45 วันอาจดูสบายใจ แต่ข้างในอาจมีสินค้าขายดีเหลือ 5 วันและสินค้าขายช้าเหลือ 200 วัน ต้องดูราย SKU เสมอ ถ้ามีสินค้าเยอะ ให้เริ่มจากตัวที่ทำยอดขายสูงสุดก่อน
Stock Cover ไม่ใช่ตัวเลขของทีมจัดซื้ออย่างเดียว มันควรเปลี่ยนการตัดสินใจเรื่องโฆษณาและโปรโมชั่นด้วย
• Stock Cover ต่ำกว่า Lead Time: ชะลอโฆษณาของสินค้านั้นก่อน ไม่อย่างนั้นเราจะจ่ายเงินพาคนมาเจอของหมด แล้วย้ายงบไปสินค้าที่ของพอและขายแทนกันได้
• Stock Cover สูงกว่าเป้ามาก: ใช้โปรโมชั่น จัดเซ็ตคู่กับสินค้าขายดี และหยุดสั่งเพิ่ม ถ้ายังไม่ขยับ ให้พิจารณาเคลียร์สต็อกตามแนวคิด Scale, Fix, Test, Clear
• ก่อนแคมเปญใหญ่: เช็ค Stock Cover ของสินค้าที่จะดันทุกตัว โดยเทียบกับยอดที่คาดว่าจะขายในแคมเปญ ไม่ใช่เทียบกับวันปกติ
(จุดเติมประสบการณ์จริงของอ๊อด — มาร์กไว้ในร่าง)
ทั้งสามตัวเกี่ยวกับสต็อกเหมือนกัน แต่ตอบคนละคำถาม
Stock Cover (วัน)
• ตอบว่า: สต็อกตอนนี้พอขายอีกกี่วัน
• สูตร: สต็อกพร้อมขาย ÷ ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน
• ใช้กับ: ราย SKU มองไปข้างหน้า เพื่อวางแผนสั่งของ
Inventory Turnover (รอบ)
• ตอบว่า: ในหนึ่งปีสต็อกหมุนได้กี่รอบ
• สูตร: ต้นทุนขาย ÷ มูลค่าสต็อกเฉลี่ยที่ราคาทุน
• ใช้กับ: ทั้งร้านหรือรายหมวด มองย้อนหลัง เพื่อวัดประสิทธิภาพ
Days Inventory Outstanding (วัน)
• ตอบว่า: โดยเฉลี่ยแล้วของอยู่ในคลังกี่วันกว่าจะขายออก
• สูตร: 365 ÷ Inventory Turnover
• ใช้กับ: มุมการเงิน เช่น ดูว่าเงินจมอยู่ในสต็อกนานแค่ไหน
แปลตรงตัวว่าจำนวนวันที่สต็อกครอบคลุมได้ พูดง่าย ๆ คือ "ของที่มีพอขายได้อีกกี่วัน"
เป็นแนวคิดเดียวกันแต่นับเป็นเดือน คือสต็อกพร้อมขาย ÷ ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือน ถ้าได้ 1.5 แปลว่าของพอขายอีกประมาณเดือนครึ่ง
ถ้าไม่แน่ใจ ให้เริ่มที่ 28 วัน เพราะครบ 4 สัปดาห์พอดี วันธรรมดากับวันหยุดจึงถูกนับเท่ากัน
• สินค้าที่ยอดเปลี่ยนเร็ว ใช้ 7–14 วัน
• สินค้าตามฤดูกาลหรือช่วงแคมเปญ ใช้ยอดคาดการณ์แทนยอดย้อนหลัง
จำเป็น และทำง่ายกว่าร้านใหญ่ ใช้ชีตแค่ 7 คอลัมน์ตามตัวอย่างข้างบน อัปเดตสัปดาห์ละครั้งก็เห็นสินค้าที่กำลังจะหมดก่อนเสียยอดขายแล้ว
• Stock Cover Day = สต็อกพร้อมขาย ÷ ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน บอกว่าของพอขายได้อีกกี่วัน
• ตัวเลขนี้มีความหมายเมื่อเทียบกับ Lead Time ต่ำกว่า Lead Time คือของจะขาด สูงกว่าเป้ามากคือเงินจม
• ค่าเฉลี่ยต้องไม่นับวันที่ของหมด และช่วงแคมเปญต้องใช้ยอดคาดการณ์แทน
ถ้าร้านมีสินค้าหลายสิบหรือหลายร้อย SKU และอยากให้ Stock Cover เชื่อมกับแผนยอดขายและงบโฆษณา บริการ Sales Planning Sprint มีเรื่องแผนสต็อกอยู่ด้วย ดูรายละเอียดที่หน้า Marketing Consulting
อ่านแล้วอยากลองใช้กับธุรกิจตัวเอง แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน
ทักมาคุยกัน 20 นาที ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีการขาย
LINE: oddzz | โทร 065-952-4999